การใช้ยาเกินขนาดเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคซึมเศร้า

     คนที่มีอาการปวดหัวเรื้อรั้งทุกวัน และใช้ยาแก้ปวดมากจนเกินควร จะมีความเสี่ยงสูงในการพัฒนาไปเป็นโรคซึมเศร้า วิตกกังวลและมีปัญหาทางจิต เป็นคำกล่าวของดร.นินาน แมทธิว ศาสตราจารย์ทางประสาทวิทยาแห่งมหาวิทยาลัย โรงเรียนการแพทย์เท็กซัสในฮูสทัน

      ดร. แมทธิวยังดำรงตำแหน่งหัวหน้าคลินิกปวดศีรษะฮูสตันด้วย เขากล่าวว่าอาการปวดหัวเรื้อรั้งอธิบายได้จากการที่มีอาการปวดหัวมากกว่า 180 วันในหนึ่งปี โดยประมาณแล้ว 4-5 %ของประชากรทั่วไปจะทนทุกข์ทรมานกับอาการปวดหัวทุกวัน หรือเกือบทุกวัน

      ดร. แมทธิวได้อ้างถึงการสำรวจเมื่อเร็วๆ ที่ทำในประเทศฝรั่งเศสว่า ส่วนใหญ่ของอาการซึมเศร้า วิตกจริตและการกลัวสังคมมักพบได้สูงอย่างมีนัยสำคัญ ในผู้ป่วยที่ใช้ยาแก้ปวดมากเกินขนาด งานสำรวจอีกชิ้นในอิตาลีแสดงให้เห็นว่ากว่า 70 % ของผู้ป่วยปวดหัวเรื้อรั้งทุกวันมีความวิตกกังวลและอารมณ์ผิดปกติ และเพียง 9 % ที่ไม่มีเหตุมาจากอาการทางจิตเลย อินอูผู้ร่วมเป็นประธานของคณะกรรมการและประธานสมาคมเพื่อการศึกษาเรื่องของความอ้วนนานาชาติ (IASO) บีเอ็มไอ (BMI ย่อมาจาก Body Mass Index หรือดัชนีมวลกาย) ซึ่งคำนวณได้จากน้ำหนักของคุณในหน่วยกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงยกกำลัง2ในหน่วยเมตร ค่า BMI สูงแสดงให้เห็นว่าคุณมีน้ำหนักมากและอ้วน

      มันสำคัญอย่างมากทีเดียวที่ผู้ป่วยปวดศีรษะเรื้อรั้งทุกวันจะต้องจัดการกับอาการปวดหัวของตนเอง ดร.กล่าว ผู้ป่วยทุกคนควรมีปฎิทินติดตัวและจดบันทึกความรุนแรงของอาการปวดหัวของพวกเขา รวมทั้งอาการและการใช้ยาเพื่อระงับปวด

      ในคนไข้ที่เข้ารับการรักษา แพทย์ควรทำสิ่งแรกคือแยกระหว่างการปวดหัวไมเกรนชนิดเปลี่ยนรูป(Transformed migraine) กับปวดหัวเรื้อรั้งจากความตึงเครียด (Chronic tension headache)ทั้งสองอย่างนี้เป็นอาการปวดหัวเรื้อรั้งทุกวันที่พบได้มาก

      ปวดหัวไมเกรนชนิดเปลี่ยนรูป(Transformed migraine) มีประวัติอย่างชัดแจ้งว่าเป็นอาการปวดหัวไมเกรนชนิดหนึ่งขณะที่ปวดหัวเรื้อรั้งจากความตึงเครียด(Chronic tension)นั้นไม่ได้แสดงลักษณะใดๆ ที่บ่งชี้ว่าเป็นอาการของไมเกรนเลย ดร.แมทธิวอธิบายอาการทางระบบประสาท เช่นคลื่นไส้ และอาเจียนเป็นอาการปกติที่เห็นได้ในปวดหัวไมเกรนชนิดเปลี่ยนรูป

      เงื่อนไขทางอินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของการปวดหัวเรื้อรั้ง ได้แก่ ความดันภายในกระโหลกศีรษะสูงชนิดไม่รุนแรง โดยไม่มีอาการบวมอักเสบของเส้นประสาทตาตรงทางเข้าลูกตา และตัดเรื่องความผิดปกติทางจิตทิ้งไปได้เลยจากการวินิจฉัย

      หลังจากได้วินิจฉัยขั้นหนึ่งแล้ว แพทย์สามารถให้ยาเพื่อลดระดับความเจ็บปวดให้คนไข้ได้ การช่วยถอนพิษของยาแก้ปวดที่มีฤทธิ์ของฝิ่นผสมจากคนไข้สามารถทำได้โดยใช้ยาช่วยจำพวกโคลนิดิน(ยาลดความดันโลหิต) และฟีโนไธอะซิน(ยาจำพวกกล่อมประสาท) เป็นคำแนะนำของดร. แมทธิว สำหรับผู้ที่ได้รับยาระงับประสาทที่มีส่วนผสมของสารบาร์บิวเร็ท ขอแนะนำให้ทดแทนด้วยบาร์บิวเรทที่ให้ฤทธิ์นานเช่นกันฟีโนบาร์บิทอล ซัก 2-3 วัน

      ดร. แมทธิวยังกล่าวอีกว่า ถ้าจะหยุดวงจรการปวดหัวประจำวันในระหว่างช่วงถอนพิษ(detoxification)ให้ทำได้โดยใช้ยาต้านไมแกรนทริปแตนส์ในช่วงสั้นๆ ได้


Copyright © 2000 E-sense Co.,Ltd.
99/4-5 Ratanachart Bldg. 4th Floor, Moo 8,
Bangna-Trad Rd., Bangkok 10260, Thailand


Reviewed: March 14, 2001